“แล้วตัวผมเล่า มาเป็นหมอดูกับเขาได้ด้วยเหตุใด” 2

จากนั้นเมื่อเริ่มชีวิตการทำงาน  ผมก็ห่างๆ จากการดูหมอไพ่ยิปซีไปบ้าง แต่ยังคงหาหนังสือมาอ่านหาความรู้เพิ่มเติม 

แล้วชีวิตก็เริ่มพเนจรไปในโลกกว้าง  ผมเปลี่ยนความสนใจในเรื่องต่างๆ ไปตามวงโคจรของชีวิต แต่กับเรื่องไพ่ยิปซี ดูเหมือนจะยังคงอยู่กับตัวผมมาตลอด เพียงแต่ไม่ได้ปริปากบอกใคร 

ผมมีโอกาสเดินทางไปแผ่นดินยุโรปบ่อยครั้ง ทั้งด้วยเหตุในหน้าที่การงาน และด้วยจริตส่วนตัว ในแต่ละครั้งผมมักหาโอกาสเก็บประสบการณ์ไพ่ยิปซี ทั้งจากการค้นคว้าตำรับตำรา ศึกษาจากตำนานและสถานที่ทางประวัติศาสตร์ การสนทนากับหมอดูเจ้าถิ่น การพิสูจน์ความแม่นของตัวเอง  พูดง่ายๆ ก็เหมือนการออกท่องยุทธภพค้นหาเคล็ดวิชาและประดาบกับยอดฝีมือ

แต่ทั้งหมดนั้น ผมจัดหมวดหมู่ให้เป็นเพียงงานอดิเรกอันแสนจะเพริศแพร้ว และสนุกสนานในต่างแดนเท่านั้น แน่นอน ผมไม่ได้ปริปากบอกใคร
กระทั่งวันหนึ่ง จู่ๆ ผมก็เกิดนึกถึงการดูหมอไพ่ยิปซีอย่างจริงจังขึ้นมาอีกครั้ง  ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง ก็ดันมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น  ผมบันทึกถึงเหตุการณ์นั้นไว้ว่า...

จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันใดวันหนึ่งแถวๆ เดือนมิถุนายนนั่นแหละ  ข้ากำลังนั่งแทะเม็ดกวยจี๊เพลินๆ อยู่หน้าจอโทรทัศน์  ฉับพลันทันใดก็เห็นอาจารย์ลักษณ์ ณ โหรฟันธง เจ้าสำนักสถาบันพยากรณ์ศาสตร์ โผล่พรวดพราดเหมือนกราดเกรี้ยวออกมาโชะเชะหน้าจอพร้อมๆ กับรัวลิ้นถี่ยิบสาธยายการเปิดคอร์สอบรมดูไพ่ยิปซีรุ่นแรกของสำนัก โดยเชิญอาจารย์ขุนทอง อสุนี ณ อยุธยา มาเป็นผู้ถ่ายทอดเพลงยุทธ  โหย...เม็ดกวยจี๊ข้าแทบจะพุ่งออกมากองตรงหน้า 

<<back next>>